top of page

ลูกลงไปดิ้นกับพื้นกลางห้าง ทำยังไงดี

11 ก.ย.
ยาว 1 นาที

ทุกอย่างปกติดีจนถึงวินาทีที่เราบอกว่าไม่ได้ แล้วลูกก็ลงไปนอนดิ้นกับพื้นกลางห้าง


คนรอบข้างหันมามอง บางคนส่ายหัว พ่อแม่ที่ยืนอยู่ตรงนั้นรู้สึกทั้งอาย ทั้งโกรธ และไม่รู้ว่าควรทำอะไรก่อน


สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดในนาทีนั้นไม่ใช่เทคนิคทำให้หยุดร้อง แต่คือการเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในตัวเขา บทความนี้จะเล่าเรื่องนั้นก่อน แล้วค่อยว่ากันเรื่องวิธีรับมือ


อาละวาดไม่ใช่การดื้อ แต่คือสมองที่ยังคุมตัวเองไม่ได้


สมองส่วนที่ทำหน้าที่ยับยั้งและควบคุมอารมณ์ คือส่วนที่พัฒนาช้าที่สุดในร่างกาย และยังไม่เสร็จสมบูรณ์จนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้นด้วยซ้ำ


เด็กวัยสองขวบจึงอยู่ในสภาพที่มีอารมณ์เต็มที่ แต่ยังไม่มีเบรกที่ใช้งานได้จริง ช่วงที่พบอาละวาดบ่อยที่สุดคือประมาณหนึ่งขวบครึ่งถึงสี่ขวบ เพราะเป็นวัยที่เขาเริ่มมีความต้องการของตัวเองชัดเจน แต่ยังพูดอธิบายไม่ทันใจตัวเอง


ตอนอาละวาดจริง ๆ เขาไม่ได้ยินเรา

เมื่ออารมณ์พุ่งสูง สมองส่วนที่ใช้ฟังเหตุผลจะทำงานได้ไม่เต็มที่ การอธิบายยาว ๆ ในนาทีนั้นจึงไม่เข้าหู ไม่ใช่เพราะเขาตั้งใจไม่ฟัง แต่เพราะช่องรับมันปิดอยู่ชั่วคราว เมื่อเข้าใจข้อนี้ ความรู้สึกว่าลูกกำลังท้าทายเราจะลดลงไปเยอะ


เส้นแบ่งระหว่างอาละวาดกับการต่อรอง

ถ้าลูกหยุดทันทีเมื่อได้สิ่งที่ต้องการ นั่นมักเป็นการต่อรองซึ่งจัดการอีกแบบ แต่ถ้าเขาหยุดไม่ได้แม้จะดูเหมือนอยากหยุดแล้ว นั่นคืออาละวาดจริง และสิ่งที่เขาต้องการตอนนั้นคือคนที่อยู่ด้วยจนกว่าจะสงบ ไม่ใช่บทเรียน


สิ่งที่ควรทำในนาทีนั้น


ทำให้ตัวเองสงบก่อน

เด็กจับอารมณ์ของผู้ใหญ่ได้เร็วมาก ถ้าเราขึ้นเสียง ระดับความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นทั้งสองฝ่าย ลองหายใจลึกหนึ่งครั้ง ลดเสียงลง และย่อตัวลงให้อยู่ระดับสายตาเดียวกับเขา


ดูแลความปลอดภัยก่อนดูแลพฤติกรรม

ถ้าอยู่ในที่คนเยอะหรือมีของอันตราย ให้พาออกมาก่อน ไม่ต้องพยายามสอนอะไรตรงนั้น เป้าหมายในนาทีนั้นมีอย่างเดียวคือให้ทุกคนปลอดภัยและผ่านมันไปได้


พูดสั้น ๆ และเรียกชื่ออารมณ์ให้เขา

ประโยคแบบ หนูโกรธที่ไม่ได้ของเล่น แม่อยู่ตรงนี้ ใช้ได้ดีกว่าการอธิบายยาว พูดช้า ๆ และพูดซ้ำได้ การตั้งชื่อให้อารมณ์ช่วยให้สมองเริ่มจัดการกับมันได้ และทำให้เขารู้ว่ามีคนเข้าใจ


อย่าเปลี่ยนคำตอบกลางทาง

ถ้าบอกว่าไม่ได้แล้วยอมเพราะอายสายตาคนอื่น เท่ากับสอนว่าเสียงดังพอจะได้ผล ครั้งหน้าจะยาวนานกว่าเดิม สิ่งที่ทำได้คือยอมรับความรู้สึกของเขาโดยไม่ต้องเปลี่ยนกติกา สองอย่างนี้อยู่ด้วยกันได้


รอ แล้วค่อยกอด

เมื่อเขาเริ่มสงบลง ค่อยเข้าไปกอดหรือชวนคุยสั้น ๆ ไม่ต้องสรุปบทเรียนยาว ๆ ตอนนั้น เพราะสิ่งที่เขาจำได้จากเหตุการณ์นี้ ไม่ใช่คำสอน แต่คือการที่เรายังอยู่ตรงนั้นกับเขา


สิ่งที่ทำให้เกิดน้อยลงในระยะยาว


เช็คสามอย่างพื้นฐานก่อนเสมอ

หิว ง่วง เหนื่อย คือตัวจุดชนวนที่พบบ่อยที่สุด การพาลูกออกจากบ้านตอนใกล้เวลานอนหรือตอนท้องว่าง มักจบลงแบบเดิมเกือบทุกครั้ง ถ้าเลี่ยงจังหวะเหล่านี้ได้ จำนวนครั้งจะลดลงเองโดยไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรเลย


บอกล่วงหน้า อย่าเปลี่ยนกิจกรรมกะทันหัน

ประโยคแบบ อีกห้านาทีเราจะกลับแล้วนะ ช่วยได้มากกว่าที่คิด เพราะเด็กเปลี่ยนโหมดช้ากว่าผู้ใหญ่ การถูกดึงออกจากสิ่งที่กำลังสนุกโดยไม่มีสัญญาณเตือน คือหนึ่งในสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการอาละวาด


ให้ทางเลือกที่เรารับได้ทั้งสองทาง

แทนที่จะสั่งให้ใส่เสื้อ ลองถามว่าจะใส่ตัวสีแดงหรือสีฟ้า ความรู้สึกว่าได้เลือกเองลดการต่อต้านลงได้มาก โดยที่ผลลัพธ์ยังอยู่ในกรอบที่เรากำหนดไว้


สอนคำที่ใช้บอกความรู้สึก ตอนที่เขายังสงบ

ช่วงเวลาที่สอนได้ผลคือตอนอารมณ์ดี ไม่ใช่ตอนกำลังร้อง ลองชวนคุยเรื่องความรู้สึกจากหนังสือหรือจากเหตุการณ์ในวัน เด็กที่มีคำไว้ใช้บอกความรู้สึก จะใช้การกรี๊ดน้อยลงตามธรรมชาติ


ชมตอนที่เขาทำได้

เวลาลูกผิดหวังแล้วผ่านมันไปได้โดยไม่อาละวาด ให้พูดถึงมันตรง ๆ เช่น เมื่อกี้หนูเสียใจแต่หนูบอกแม่ได้ เก่งมาก เพราะพฤติกรรมที่ได้รับความสนใจคือพฤติกรรมที่จะเกิดซ้ำ


เมื่อไรควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการ ถ้าอาละวาดรุนแรงนานเกินยี่สิบห้านาทีเป็นประจำ เกิดหลายครั้งต่อวันแทบทุกวัน มีการทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่นจนบาดเจ็บ ยังรุนแรงมากหลังอายุห้าขวบ หรือกระทบความสัมพันธ์ในบ้านจนทุกคนอยู่ร่วมกันลำบาก


บทส่งท้าย

การอาละวาดเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการ ไม่ใช่หลักฐานว่าเราเลี้ยงลูกผิด และไม่ใช่หลักฐานว่าลูกนิสัยไม่ดี


มันคือช่วงเวลาที่เด็กคนหนึ่งมีความรู้สึกมากเกินกว่าที่ร่างกายเขาจะจัดการไหว และเขาต้องการใครสักคนที่ยังใจเย็นอยู่ในห้องนั้น


วันที่เราทำได้ไม่ดีก็มี และนั่นก็ไม่เป็นไร เพราะสิ่งที่ทำให้เด็กเรียนรู้การจัดการอารมณ์ ไม่ใช่การที่พ่อแม่ทำถูกทุกครั้ง แต่คือการที่เขาได้อยู่กับคนที่พยายามเข้าใจเขาซ้ำ ๆ ทุกวัน

คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย (FAQ)

ควรปล่อยให้ร้องจนหยุดเองไหม

การอยู่ใกล้ ๆ โดยไม่พูดมาก ต่างจากการเดินหนีหรือปล่อยให้เขาเผชิญคนเดียว สิ่งที่แนะนำคืออยู่ในระยะที่เขาเห็นเรา ดูแลความปลอดภัย และรอให้อารมณ์ลดลงเอง โดยไม่ต้องพยายามหยุดเขาด้วยการตะโกนหรือต่อรอง


ตีแล้วหยุดเร็วกว่า ใช้ได้ไหม

การลงโทษทางร่างกายมักหยุดพฤติกรรมได้ในระยะสั้น แต่งานวิจัยพบว่าไม่ได้ช่วยให้เด็กควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นในระยะยาว และเพิ่มความก้าวร้าวกับความกลัวแทน วิธีที่ได้ผลกว่าคือการตั้งกติกาให้ชัดและคงเส้นคงวา ร่วมกับการสอนคำที่ใช้บอกความรู้สึก


อาละวาดกลางห้างที่มีคนมอง ควรทำยังไง

จัดลำดับใหม่ในหัวว่าเป้าหมายตอนนั้นคือลูก ไม่ใช่สายตาคนอื่น พาเขาออกไปยังมุมที่เงียบกว่า นั่งลงข้าง ๆ พูดสั้น ๆ และรอ คนที่มองส่วนใหญ่ก็เคยผ่านเรื่องเดียวกันมาแล้ว


อาละวาดจะหายไปตอนกี่ขวบ

ส่วนใหญ่ลดลงชัดเจนเมื่ออายุประมาณสี่ถึงห้าขวบ ตามการพัฒนาของสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และความสามารถทางภาษาที่ดีขึ้น ถ้ายังรุนแรงมากหลังห้าขวบ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ


ลูกร้องจนกลั้นหายใจ ตัวเขียว อันตรายไหม

ภาวะนี้พบได้ในเด็กเล็กและมักไม่อันตราย แต่ควรพาไปให้แพทย์ตรวจเพื่อยืนยันว่าเป็นภาวะกลั้นหายใจจากการร้องจริง ไม่ใช่สาเหตุอื่น และเพื่อให้พ่อแม่ได้คำแนะนำในการรับมือที่ถูกต้อง


ถ้าวันนั้นเราเผลอขึ้นเสียงใส่ลูก ต้องทำยังไง

กลับไปคุยกับเขาเมื่อทุกคนสงบแล้ว บอกตรง ๆ ว่าเมื่อกี้แม่เสียงดังไป แม่ขอโทษ การได้เห็นผู้ใหญ่ยอมรับผิดและซ่อมความสัมพันธ์ เป็นบทเรียนเรื่องการจัดการอารมณ์ที่ดีที่สุดบทหนึ่งที่เด็กคนหนึ่งจะได้รับ

ความคิดเห็น


logo silent shot.png

บริษัท ไซเลนท์ กรุ๊ป จำกัด (Silent Group Co., Ltd.)

599/1 หมู่ 12 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540

โทร 089-967-8900 | silentshot.th@gmail.com

© 2026 บริษัท ไซเลนท์ กรุ๊ป จำกัด

follow us

  • TikTok
  • Line
  • เเต่งหน้า ร้าน LAZADA ใหม่ (18)
  • Facebook
  • Instagram
bottom of page