top of page

ลูกลืมของทุกวัน ทั้งที่เตือนแล้วเตือนอีก

6 วันที่ผ่านมา
ยาว 1 นาที

กระติกน้ำลืมที่โรงเรียน เสื้อกันหนาวหายไปแล้วสองตัว การบ้านทำเสร็จแต่ลืมเอาไปส่ง


ที่ทำให้พ่อแม่หงุดหงิดที่สุดไม่ใช่ของที่หาย แต่เป็นความรู้สึกว่าเราเตือนไปแล้วเมื่อเช้า ย้ำอีกทีตอนขึ้นรถ และเขาก็พยักหน้ารับปากทุกครั้ง


ความจริงคือเด็กวัยนี้รับปากด้วยความตั้งใจจริง แต่สมองส่วนที่ทำหน้าที่จำแผนแล้วลงมือทำตามแผน ยังเป็นส่วนที่พัฒนาไม่เสร็จ


การลืมของไม่ใช่เรื่องของความจำอย่างเดียว


สิ่งที่เรียกรวม ๆ ว่าความขี้ลืมของเด็ก จริง ๆ แล้วเป็นงานของระบบที่ชื่อว่าการทำงานด้านบริหารจัดการ ซึ่งประกอบด้วยการจำสิ่งที่ต้องทำไว้ชั่วคราว การยับยั้งสิ่งเร้าที่ดึงความสนใจ และการเปลี่ยนจากกิจกรรมหนึ่งไปอีกกิจกรรม


ความจำใช้งานมีพื้นที่จำกัดมาก

สมองของเด็กเก็บสิ่งที่ต้องทำไว้พร้อมกันได้น้อยกว่าผู้ใหญ่มาก เมื่อเราสั่งว่าเก็บของ ใส่รองเท้า อย่าลืมกระติก แล้วไปรอหน้าบ้าน คำสั่งสี่อย่างนี้มักเหลือรอดไม่ถึงสองอย่าง ไม่ใช่เพราะเขาไม่ฟัง แต่เพราะพื้นที่เต็ม


สิ่งเร้าระหว่างทางลบแผนทิ้งได้

เด็กที่กำลังเดินไปหยิบกระติก แล้วผ่านของเล่นหรือหน้าจอระหว่างทาง มีโอกาสสูงมากที่แผนเดิมจะหายไปเลย ผู้ใหญ่มีระบบดึงกลับ แต่ของเด็กยังทำงานได้ไม่เต็มที่


นี่คือพัฒนาการ ไม่ใช่นิสัย

สมองส่วนหน้าซึ่งรับผิดชอบงานกลุ่มนี้พัฒนาช้าที่สุด และยังไม่เสร็จจนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น การดุว่าทำไมไม่จำจึงไม่ได้เร่งให้มันโตเร็วขึ้น มีแต่ทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองแย่


ระบบที่ดีกว่าการเตือนด้วยปาก


วิธีที่ได้ผลกับเด็กวัยนี้คือการย้ายภาระออกจากความจำของเขา ไปไว้ที่สิ่งแวดล้อมแทน


ทำจุดวางของให้ตายตัว

กำหนดที่วางกระเป๋า กระติก และรองเท้าไว้จุดเดียวใกล้ประตู ของที่ต้องเอาไปพรุ่งนี้ให้วางรวมไว้ตรงนั้นตั้งแต่คืนก่อน เพราะเช้าคือเวลาที่ทุกคนในบ้านมีสมาธิน้อยที่สุด


ใช้รายการที่มองเห็น แทนคำสั่งที่ได้ยิน

ทำรายการสั้น ๆ สามถึงสี่ข้อติดไว้ที่ประตู ถ้าลูกยังอ่านไม่คล่องให้ใช้รูป เด็กจะกลับไปดูเองได้โดยไม่ต้องรอให้เราเตือน ซึ่งเป็นจุดเริ่มของการพึ่งตัวเอง


สั่งทีละอย่าง และให้เขาทวนกลับ

แทนที่จะสั่งสี่อย่างรวด ให้สั่งทีละอย่างแล้วถามว่าเมื่อกี้แม่บอกว่าอะไรนะ การทวนกลับด้วยปากของเขาเองช่วยให้คำสั่งอยู่ในหัวได้นานกว่าการพยักหน้า


ให้เขารับผลตามธรรมชาติบ้าง

ถ้าลืมกระติก เขาจะต้องใช้แก้วน้ำที่โรงเรียนซึ่งไม่สะดวกเท่า ผลที่เกิดขึ้นเองสอนได้ดีกว่าการที่พ่อแม่ขับรถไปส่งให้ทุกครั้ง การช่วยทุกครั้งทำให้ระบบนี้ไม่เคยได้ฝึก


ชมตอนที่เขาจำได้เอง

พฤติกรรมที่ได้รับความสนใจคือพฤติกรรมที่เกิดซ้ำ ถ้าวันไหนเขาหยิบของครบเอง ให้พูดถึงมันตรง ๆ ไม่ใช่ปล่อยผ่านเพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ควรทำได้อยู่แล้ว


เมื่อไรที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ถ้าความหลงลืมรุนแรงกว่าเด็กวัยเดียวกันอย่างชัดเจน เกิดขึ้นทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน กระทบการเรียนหรือความสัมพันธ์ต่อเนื่องหลายเดือน หรือมีอาการอยู่ไม่นิ่งและหุนหันร่วมด้วย ควรพาไปประเมินกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการ


สิ่งที่อยู่เบื้องหลังระบบนี้


ระบบบริหารจัดการของสมองทำงานได้ดีแค่ไหน ขึ้นกับสองเรื่องที่พ่อแม่ดูแลได้ทุกวัน คือการพักผ่อนและวัตถุดิบ


การนอนคือตัวแปรที่เห็นผลเร็วที่สุด

เด็กที่นอนไม่พอจะมีอาการเหมือนเด็กที่หลงลืมและอยู่ไม่นิ่งขึ้นทันทีในวันถัดไป ก่อนจะสรุปว่าลูกขี้ลืม ให้ย้อนดูชั่วโมงการนอนของเขาในสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อน


สารสื่อประสาทต้องมีวัตถุดิบตั้งต้น

DHA SHOT ใส่แอล ไทโรซีน 150 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของโดพามีน สารที่เกี่ยวข้องกับแรงจูงใจและการจดจ่อ ร่วมกับฟาร์มากาบา 250 มิลลิกรัมและแอล ธีอะนีน 200 มิลลิกรัม ที่เกี่ยวข้องกับความผ่อนคลายแบบที่ยังตื่นตัวอยู่ และวิตามินบี 1 กับบี 6 ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างสารสื่อประสาท อีกกลุ่มคือโครงสร้างของเซลล์ประสาท ได้แก่ DHA และ EPA จากน้ำมันสาหร่าย ฟอสฟาทิดิลเซอรีน 200 มิลลิกรัม โคลีน 50 มิลลิกรัม และวิตามินบี 12


วิธีทานและข้อควรรู้

ทานวันละ 1 ซองสำหรับเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป ช่วงเช้าผสมกับนมเป็นจังหวะที่เหมาะที่สุด เพราะสารกลุ่มไขมันดูดซึมได้ดีขึ้นเมื่อมีไขมันจากนมช่วย และไม่มีสี ไม่แต่งกลิ่น ไม่มีรส


DHA SHOT มีเคซีนซึ่งเป็นโปรตีนจากนม เด็กที่แพ้นมวัวจึงควรเลี่ยง และถ้าลูกทาน iMMU SHOT ด้วย ไม่ควรผสมสองสูตรลงในน้ำเปล่าพร้อมกัน ให้ทานคู่กับนมแทน


และต้องพูดให้ตรงว่า สิ่งนี้เป็นการดูแลวัตถุดิบ ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนระบบจัดการของในบ้านหรือการนอนที่พอ และไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนการประเมินทางการแพทย์เมื่อมีสัญญาณที่ควรตรวจ


บทส่งท้าย

เด็กที่ลืมของทุกวันไม่ได้ไม่แคร์ และไม่ได้ฟังเราไม่รู้เรื่อง เขาแค่กำลังใช้ระบบที่ยังสร้างไม่เสร็จ


สิ่งที่ช่วยได้จริงจึงไม่ใช่การเตือนให้ดังขึ้นหรือบ่อยขึ้น แต่คือการสร้างระบบรอบตัวเขาที่ไม่ต้องพึ่งความจำ แล้วค่อย ๆ ถอนตัวออกเมื่อเขาทำเองได้มากขึ้น


ระหว่างนั้นการนอนที่พอและร่างกายที่มีวัตถุดิบครบ ก็ทำให้ระบบที่กำลังโตนั้นทำงานได้เต็มที่กว่าที่ควรจะเป็น

เด็กที่จำได้เอง ไม่ได้เริ่มจากการถูกเตือนบ่อยขึ้น แต่เริ่มจากระบบรอบตัวที่ดีและสมองที่ได้พักพอ

ทำความรู้จัก : DHA SHOT

คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย (FAQ)

ลูกลืมของบ่อยแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ

การลืมเป็นครั้งคราวเป็นเรื่องปกติของเด็กวัยประถม สิ่งที่ควรใส่ใจคือเมื่อมันรุนแรงกว่าเด็กวัยเดียวกันอย่างชัดเจน เกิดทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน และกระทบการเรียนหรือความสัมพันธ์ต่อเนื่องหลายเดือน กรณีนั้นควรพาไปประเมิน


เตือนแล้วเตือนอีกทำไมยังลืม

เพราะความจำใช้งานของเด็กเก็บสิ่งที่ต้องทำได้พร้อมกันน้อยกว่าผู้ใหญ่มาก และสิ่งเร้าระหว่างทางลบแผนเดิมได้ง่าย การสั่งหลายอย่างรวดเดียวจึงมักเหลือรอดไม่ถึงครึ่ง วิธีที่ได้ผลกว่าคือสั่งทีละอย่างและให้เขาทวนกลับ


ควรไปส่งของที่ลูกลืมไว้ที่โรงเรียนไหม

เป็นครั้งคราวได้ แต่ถ้าทำทุกครั้ง ระบบจัดการของเขาจะไม่เคยได้ฝึก การให้เขารับผลตามธรรมชาติบ้างในเรื่องที่ไม่ร้ายแรง เป็นบทเรียนที่ได้ผลกว่าคำเตือน


การลืมของเกี่ยวกับสมาธิสั้นไหม

อาจเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวก็ได้ เพราะการหลงลืมพบได้ในเด็กทั่วไปตามวัย สิ่งที่ทำให้ต่างกันคือความรุนแรง ความต่อเนื่อง และการเกิดในหลายสถานที่ หากสงสัย ควรให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมิน ไม่ควรสรุปเอง


ทาน DHA SHOT แล้วจะช่วยให้ลูกไม่ลืมของไหม

ไม่ใช่ผลแบบนั้น DHA SHOT เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา สิ่งที่มันดูแลคือวัตถุดิบที่ระบบประสาทต้องใช้ ซึ่งเป็นเรื่องสะสม และต้องไปคู่กับการจัดระบบในบ้านและการนอนที่พอ


เด็กอายุเท่าไรทาน DHA SHOT ได้ และทานวันละกี่ซอง

เหมาะกับเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป ทานวันละ 1 ซองตามคำแนะนำบนฉลาก ช่วงที่เหมาะที่สุดคือ 2 ถึง 6 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่สมองกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว

ความคิดเห็น


logo silent shot.png

บริษัท ไซเลนท์ กรุ๊ป จำกัด (Silent Group Co., Ltd.)

599/1 หมู่ 12 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540

โทร 089-967-8900 | silentshot.th@gmail.com

© 2026 บริษัท ไซเลนท์ กรุ๊ป จำกัด

follow us

  • TikTok
  • Line
  • เเต่งหน้า ร้าน LAZADA ใหม่ (18)
  • Facebook
  • Instagram
bottom of page