ลูกพูดช้า แค่รอได้ หรือควรพาไปตรวจ
เด็กข้างบ้านวัยเท่ากันพูดเป็นประโยคได้แล้ว ส่วนลูกเรายังได้แค่ไม่กี่คำ
คนรอบตัวมักบอกว่าเดี๋ยวก็พูดเอง เด็กผู้ชายพูดช้าเป็นเรื่องปกติ พ่อแม่ก็อยากเชื่อแบบนั้น แต่ลึก ๆ ก็ยังไม่สบายใจ และไม่รู้ว่าควรรอต่อ หรือควรพาไปตรวจ
ความจริงคือการรอดูถูกต้องในบางกรณี และเสียเวลาในบางกรณี บทความนี้จะช่วยแยกสองอย่างนี้ออกจากกัน
พัฒนาการด้านภาษาในแต่ละช่วงวัย

ตัวเลขข้างล่างเป็นหลักคร่าว ๆ เด็กแต่ละคนเร็วช้าต่างกันได้ ใช้เป็นแนวเทียบ ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสิน
ช่วง 12 เดือน ลูกควรส่งเสียงโต้ตอบ เล่นเสียง ชี้บอกสิ่งที่ต้องการ และเริ่มมีคำแรกที่มีความหมาย
ช่วง 18 เดือน มักพูดได้ราว 10 ถึง 20 คำ และทำตามคำสั่งง่าย ๆ ได้ เช่น เอาของมาให้แม่
ช่วง 2 ปี มักมีคำในคลังราว 50 คำขึ้นไป และเริ่มต่อสองคำเข้าด้วยกัน เช่น เอานม หรือ ไปเที่ยว
ช่วง 3 ปี พูดเป็นประโยคสั้นได้ และคนนอกบ้านฟังเข้าใจได้ประมาณครึ่งหนึ่ง ส่วนช่วง 4 ปี เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และคนนอกบ้านฟังเข้าใจได้เกือบทั้งหมด
สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนคำ
ความเข้าใจภาษามาก่อนการพูดเสมอ ถ้าลูกเข้าใจสิ่งที่เราพูด ทำตามคำสั่งได้ ชี้บอกความต้องการได้ สบตาได้ และเล่นสมมติเป็น สัญญาณเหล่านี้บอกอะไรได้มากกว่าการนั่งนับว่าเขาพูดได้กี่คำ
สัญญาณที่ไม่ควรรอดู

มีบางอย่างที่ควรพาไปตรวจ ไม่ใช่รอให้ผ่านไปอีกหกเดือน
ลูกไม่หันตามเสียงเรียกชื่อ หรือดูเหมือนไม่ได้ยินเสียงรอบตัว ข้อนี้ควรตรวจการได้ยินก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ
อายุ 12 เดือนแล้วยังไม่ชี้ ไม่โบกมือ ไม่ส่งเสียงโต้ตอบกับคนรอบตัว
อายุ 18 เดือนแล้วยังไม่มีคำที่มีความหมายเลยสักคำ
อายุ 2 ปีแล้วยังไม่ต่อคำสองคำเข้าด้วยกัน
เคยพูดได้แล้วคำที่เคยพูดหายไป ข้อนี้ควรพาไปพบแพทย์เสมอ ไม่ว่าอายุเท่าไร
ไม่สบตา ไม่สนใจคนรอบตัว หรือเล่นซ้ำแบบเดิมอย่างเดียวเป็นเวลานาน
การพาไปตรวจไม่ได้แปลว่าลูกผิดปกติ
การตรวจคือการตัดสาเหตุที่แก้ได้ง่ายออกไปก่อน ตัวอย่างที่พบบ่อยคือน้ำในหูชั้นกลางซึ่งทำให้เด็กได้ยินไม่ชัดโดยที่พ่อแม่ไม่รู้เลย และเป็นสิ่งที่รักษาได้
อีกเรื่องที่งานวิจัยตรงกันคือ การเริ่มกระตุ้นเร็วให้ผลดีกว่าเริ่มช้าเสมอ แม้ภายหลังจะพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติเลย การพาไปตรวจก็ไม่ได้เสียอะไร นอกจากทำให้พ่อแม่สบายใจขึ้น
สิ่งที่พ่อแม่ทำได้ทุกวันที่บ้าน

พูดกับลูกให้มากกว่าที่คิดว่าพอ
บรรยายสิ่งที่กำลังทำให้ลูกฟัง ตอนอาบน้ำ ตอนทำกับข้าว ตอนเดินซื้อของ เด็กเรียนภาษาจากจำนวนคำที่ได้ยินในชีวิตจริง ยิ่งได้ยินมาก คลังคำก็ยิ่งโต
รอให้เขาได้พูด
ผู้ใหญ่มักตอบสนองเร็วเกินไป ลูกชี้ขวดนมแล้วเราหยิบให้ทันที เขาจึงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเลย ลองรอสักสองสามวินาที ทำหน้าสงสัย ให้โอกาสเขาได้ออกเสียงก่อน
ขยายสิ่งที่เขาพูด แทนที่จะแก้
ถ้าลูกพูดว่า หมา ให้ตอบกลับว่า ใช่ หมาตัวใหญ่ แทนที่จะบังคับให้พูดตามให้ถูก และไม่ควรดุหรือล้อเวลาเขาพูดผิด เพราะเด็กที่กลัวพูดผิดจะยิ่งพูดน้อยลง
อ่านหนังสือด้วยกันวันละนิด
ไม่ต้องอ่านตามตัวอักษรทุกคำ ชี้รูป ตั้งคำถาม ปล่อยให้เขาเปิดหน้าเอง เป้าหมายคือการได้โต้ตอบกัน ไม่ใช่การอ่านให้จบเล่ม
ลดจอ โดยเฉพาะช่วงก่อน 2 ขวบ
ภาษาเกิดจากการโต้ตอบกับคน ส่วนจอไม่โต้ตอบกลับ ต่อให้เนื้อหาจะบอกว่าสอนภาษาก็ตาม ถ้าจะให้ดู แนะนำให้ดูด้วยกันแล้วพูดคุยกับลูกไปด้วย จะได้ประโยชน์มากกว่าปล่อยให้ดูคนเดียว
บ้านสองภาษาไม่ได้ทำให้ลูกพูดช้า
เรื่องนี้เข้าใจผิดกันบ่อย งานวิจัยไม่พบว่าการเลี้ยงลูกด้วยสองภาษาทำให้เกิดความผิดปกติทางภาษา สิ่งที่ควรดูคือจำนวนคำรวมของทั้งสองภาษา ไม่ใช่นับแยกทีละภาษา
บทส่งท้าย
การรอด้วยความเข้าใจ กับการรอเพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไร เป็นคนละเรื่องกัน
ถ้าลูกยังอยู่ในเกณฑ์ เข้าใจภาษาได้ดี และมีการโต้ตอบกับคนรอบตัว การให้เวลาเขาอีกหน่อยก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล แต่ถ้ามีสัญญาณในหัวข้อที่สอง การพาไปตรวจเร็วคือสิ่งที่ให้ผลดีที่สุด
และไม่ว่าจะอยู่ในกรณีไหน สิ่งที่ทำได้ทุกวันก็เหมือนกัน คือพูดกับเขาให้มาก รอให้เขาได้พูด และทำให้การพูดคุยเป็นเรื่องสนุกสำหรับเขา
คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย (FAQ)
เด็กผู้ชายพูดช้ากว่าเด็กผู้หญิงจริงไหม
โดยเฉลี่ยมีความต่างกันอยู่บ้าง แต่เป็นความต่างที่เล็กน้อย และไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในการรอเมื่อลูกมีสัญญาณที่ควรตรวจ เพราะการรอด้วยเหตุผลนี้ทำให้เด็กหลายคนเข้าสู่การช่วยเหลือช้ากว่าที่ควร
ควรพาไปตรวจกับใครก่อน
เริ่มจากกุมารแพทย์ที่ดูแลลูกอยู่ แพทย์จะประเมินเบื้องต้นและส่งต่อไปตรวจการได้ยินหรือพบนักแก้ไขการพูดตามความเหมาะสม การตรวจการได้ยินมักเป็นขั้นแรกเสมอ
เลี้ยงสองภาษาทำให้ลูกพูดช้าไหม
ไม่ งานวิจัยไม่พบว่าการเลี้ยงสองภาษาทำให้เกิดความผิดปกติทางภาษา เด็กสองภาษาอาจมีคำในแต่ละภาษาน้อยกว่าเด็กภาษาเดียว แต่เมื่อรวมทั้งสองภาษาแล้วมักอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ดูการ์ตูนที่บอกว่าสอนภาษา ช่วยได้ไหม
ช่วยได้น้อยกว่าที่โฆษณาไว้มาก โดยเฉพาะในเด็กเล็ก เพราะภาษาเกิดจากการโต้ตอบสองทางกับคน ถ้าจะให้ดู ควรดูด้วยกันและพูดคุยกับลูกระหว่างดู
ลูกเข้าใจทุกอย่างแต่ไม่ยอมพูด ถือว่าปกติไหม
การเข้าใจภาษาได้ดีเป็นสัญญาณที่ดี และเด็กกลุ่มนี้หลายคนตามทันได้เอง แต่ถ้าอายุเกินเกณฑ์ในหัวข้อสัญญาณที่ไม่ควรรอดู ก็ยังควรพาไปประเมิน เพราะการเข้าใจดีไม่ได้ตัดความเป็นไปได้อื่นออกทั้งหมด
ถ้าพาไปตรวจแล้วพบว่าไม่มีอะไร ถือว่าเสียเที่ยวไหม
ไม่เสีย เพราะสิ่งที่ได้กลับมาคือความมั่นใจว่ากำลังเดินถูกทาง และคำแนะนำในการกระตุ้นที่ตรงกับลูกของเราจริง ๆ ซึ่งมีค่ากว่าการเดาเองที่บ้านอีกหลายเดือน




ความคิดเห็น