อยากให้ลูกสูง ต้องเริ่มตอนไหน? ความจริงที่ว่าความสูง 80% ไม่ใช่พันธุกรรม
- Silent Shot

- 13 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 15 มิ.ย.
ลองดูข้อเท็จจริงที่ฟังดูเหลือเชื่อข้อหนึ่ง
เมื่อ 200 ปีก่อน ชาวดัตช์ (เนเธอร์แลนด์) คือหนึ่งในชนชาติที่ "เตี้ยที่สุด" ในยุโรป สูงเฉลี่ยราว 165 ซม. แต่วันนี้ พวกเขากลายเป็นชาติที่ "สูงที่สุดในโลก" ผู้ชายเฉลี่ยเกือบ 184 ซม.
ยีนของคนทั้งชาติไม่ได้เปลี่ยนภายใน 200 ปี สิ่งที่เปลี่ยนคือโภชนาการ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมพ่อแม่ที่อยากให้ลูกสูง ถึงไม่ควรยอมแพ้ให้กับประโยคที่ว่า "พ่อแม่เตี้ย ลูกก็ต้องเตี้ย" เพราะความจริงทางวิทยาศาสตร์บอกว่า ความสูงส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่เราลงมือทำได้ ถ้าเริ่มทันก่อนประตูบานหนึ่งจะปิดลง
ความสูงไม่ใช่พรหมลิขิตจากพันธุกรรม

การทดลองที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ความสูง
ถ้าจะพิสูจน์ว่าความสูงมาจากยีนหรือสิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร์ต้องการสองกลุ่มคนที่มียีนเหมือนกันเป๊ะ แต่กินอยู่ต่างกัน ซึ่งในทางจริยธรรมไม่มีใครทำได้
แต่ประวัติศาสตร์ได้ทำการทดลองนี้ไปแล้ว โดยไม่มีใครตั้งใจ นั่นคือ เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้
คนสองชาตินี้มาจากบรรพบุรุษเดียวกัน ยีนชุดเดียวกัน แต่หลังแยกประเทศไม่กี่สิบปี งานวิจัยพบว่าวัยรุ่นเกาหลีใต้สูงกว่าเกาหลีเหนือหลายเซนติเมตร บางการศึกษาพบต่างกันมากถึงเกือบ 1 ฝ่ามือ สาเหตุไม่ใช่ยีน แต่คืออาหาร
80 ต่อ 20
นักพันธุศาสตร์ประเมินว่า ความสูงของคนเราถูกกำหนดโดยพันธุกรรมราว 20% เท่านั้น ที่เหลืออีก 80% คือผลรวมของโภชนาการ การนอน การออกกำลังกาย และสุขภาพในวัยเด็ก
แปลเป็นภาษาพ่อแม่ ยีนคือไพ่ที่แจกมา แต่เกมจริงเล่นกันที่ "เราเลี้ยงเขาอย่างไรในช่วงที่ร่างกายยังเติบโต"
นาฬิกาที่เดินถอยหลัง (ทำไมอยากให้ลูกสูงต้องรีบ)

แผ่นกระดูกที่จะปิดตัวลงตลอดกาล
ที่ปลายกระดูกยาวของเด็ก มีบริเวณอ่อนๆ เรียกว่า แผ่นการเจริญเติบโต (growth plate) นี่คือโรงงานที่สร้างกระดูกใหม่ทำให้เด็กสูงขึ้น
แต่โรงงานนี้มีวันหมดอายุ เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นตอนปลาย ฮอร์โมนเพศจะค่อยๆ ทำให้แผ่นนี้ "ปิด" และกลายเป็นกระดูกแข็ง โดยเฉลี่ยผู้หญิงปิดราว 14 ถึง 16 ปี ผู้ชาย 16 ถึง 18 ปี
เมื่อปิดแล้ว ปิดเลย ไม่มีอาหารเสริมหรือวิธีใดทำให้สูงขึ้นได้อีก นี่คือเหตุผลที่คำว่า "เดี๋ยวค่อย" เป็นคำที่อันตรายที่สุดสำหรับเรื่องความสูง
ความเข้าใจผิดเรื่องแคลเซียม "กินเข้าไป" ไม่เท่ากับ "ได้"
พ่อแม่ทุกคนรู้ว่ากระดูกต้องการแคลเซียม แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ แคลเซียมที่กินเข้าไป กับแคลเซียมที่ร่างกายดูดซึมได้จริง เป็นคนละจำนวนกัน
แคลเซียมทั่วไปบางรูปแบบดูดซึมได้ไม่ดี บางส่วนถูกขับทิ้ง และบางส่วนถ้ามากเกินไปอาจไปสะสมผิดที่ในกระแสเลือดแทนที่จะเข้ากระดูก ฉะนั้นโจทย์ที่แท้จริงของพ่อแม่ที่อยากให้ลูกสูง จึงไม่ใช่ "ให้แคลเซียมเยอะๆ" แต่คือ "ให้แคลเซียมที่ร่างกายเอาไปใช้ได้จริง"
วิธีเพิ่มความสูงเด็ก ก่อนประตูจะปิด

การนอน คือช่วงที่ลูกสูงขึ้นจริงๆ
โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมามากที่สุดในช่วงหลับลึกตอนกลางคืน เด็กที่อดนอนเรื้อรังจึงเสียโอกาสสูงไปอย่างน่าเสียดาย เด็กวัยเรียนควรนอน 9 ถึง 11 ชั่วโมง และเข้านอนเป็นเวลา
โปรตีนสร้างเนื้อ การลงน้ำหนักสร้างกระดูก
โปรตีนคือวัตถุดิบของเนื้อเยื่อและฮอร์โมน ส่วนกิจกรรมที่ลงน้ำหนัก เช่น กระโดดเชือก วิ่ง บาสเก็ตบอล จะกระตุ้นให้กระดูกหนาแน่นและยาวขึ้น
เติมแคลเซียมที่ "ดูดซึมได้จริง"
เพราะปัญหาไม่ใช่ปริมาณ แต่คือการดูดซึม การเลือกแคลเซียมในรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้ได้ดีจึงสำคัญกว่าการกินเยอะ (หากไม่แน่ใจเรื่องปริมาณที่เหมาะกับลูก ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร)
บทส่งท้าย เติมให้ถูก ก่อนหน้าต่างจะปิด
ความสูงเป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องของลูกที่มี "เส้นตาย" ทางชีววิทยาชัดเจน เราต่อรองกับเวลาไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะใช้ช่วงเวลาที่แผ่นกระดูกยังเปิดอยู่นี้อย่างไร
โจทย์เรื่องแคลเซียมที่ "ดูดซึมได้จริง" คือสิ่งที่ Silentshot ตั้งใจแก้ ด้วยแคลเซียมรูปแบบพิเศษ Calcium L-threonate ที่ออกแบบมาเพื่อการดูดซึมที่ดีกว่าแคลเซียมทั่วไป และเช่นเดียวกับสินค้าทุกตัวของ Silentshot ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่เติมน้ำตาล ผสมลงในนมหรือมื้อโปรดที่ลูกกินอยู่แล้วได้เลย เด็กที่ไม่ชอบดื่มนมก็ยังได้สิ่งที่กระดูกต้องการ โดยไม่ต้องต่อรองกันทุกมื้อ
เพราะเมื่อรู้ว่าความสูงคือสิ่งที่ลงมือทำได้ และรู้ว่ามันมีเส้นตาย สิ่งเดียวที่เราควบคุมได้คือ "เริ่มวันนี้"
อยากให้ลูกได้แคลเซียมที่ดูดซึมได้จริง โดยไม่ต้องบังคับให้ดื่มนม?
ทำความรู้จัก : Hi SHOT
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) อยากให้ลูกสูง
กระดูกของเด็กปิดตอนกี่ขวบ?
โดยเฉลี่ยผู้หญิงแผ่นการเจริญเติบโตปิดราว 14 ถึง 16 ปี ผู้ชาย 16 ถึง 18 ปี หลังจากนั้นความสูงจะไม่เพิ่มอีก
พ่อแม่เตี้ย ลูกจะสูงได้ไหม?
ได้ เพราะพันธุกรรมกำหนดความสูงเพียงราว 20% ที่เหลือมาจากโภชนาการ การนอน และการออกกำลังกาย ซึ่งควบคุมได้
ลูกควรกินแคลเซียมเท่าไรต่อวัน?
ขึ้นกับช่วงวัย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และที่สำคัญกว่าปริมาณคือเลือกแคลเซียมที่ดูดซึมได้ดี
ลูกไม่ชอบดื่มนม จะได้แคลเซียมพอไหม?
ได้ จากปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้ ผักใบเขียว หรือแคลเซียมเสริมที่ผสมในอาหารได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งนมอย่างเดียว



ความคิดเห็น